Ernest Koroma ปลดรองประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง

      Ernest Koroma หรือ Ernest Bai Koroma ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเซียร์ราลีโอน ได้รับการแต่งตั้งเมื่อปี พ.ศ.2550 เขาเป็นผู้นำของ APC หรือ All People’s Congress ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของเซียร์ราลีโอน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายซามูเอล ซาม-ซูมานา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีแห่ง สาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน ได้ถูกนายเออร์เนสต์ บาย โคโรมาประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน ปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องมาจากนายซามูเอล ซาม-ซูมานา ได้ถูกไล่ออกจากพรรคการเมืองที่เขาเคยสังกัดอยู่ ด้วยเหตุผลที่ว่านายซามูเอล ซาม-ซูมานา เป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรงในพรรคขึ้น แถมยังพยายามที่จะก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ด้วย ดังนั้นประธานาธิบดีจึงต้องทำตามกฎหมายของสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน ที่ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะต้องมีสังกัดพรรคการเมือง หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนายซามูเอล ซาม-ซูมานา ได้ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมด้วยการเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาว่าตนถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยความไม่ชอบทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รองประธานาธิบดีคนนี้เคยมีข่าวโด่งดังมาก่อนคือ เขาประกาศกักตัวเอง หลังจากที่บอดี้การ์ดของเขา เกิดเสียชีวิตจากโรคอีโบล่า ซึ่งหลังจากการออกจากการกักตัวเองได้ไม่นาน เขาก็มาถูกปลดจากตำแหน่งรองประธานาธิบดี

Ernest-Koroma

Ernest Koroma ประกาศใช้เคอร์ฟิวหลังพบผู้ติดเชื้ออีโบล่าเพิ่มขึ้น

      Ernest Koroma หรือนายเออร์เนสต์ บาย โคโรมา ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ของสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน ได้ประกาศให้มีการใช้เคอร์ฟิว หลังจากที่ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต และติดเชื้ออีโบล่าเพิ่มขึ้นในจำนวนเท่าตัว ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานแล้วว่าโรคนี้เริ่มมีจำนวนลดน้อยลง การพุ่งขึ้นของโรคดังกล่าวทำให้รัฐบาลเกิดความกังวล รวมถึงเกรงว่าจะไม่สามารถที่จะควบคุมได้ หากปล่อยไป ดังนั้นรัฐบาลจึงประกาศใช้มาตรการดังกล่าวโดยประกาศใช้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. ในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งการประกาศใช้เคอร์ฟิวครั้งนี้มีอำนาจควบคุม 2 เขตปกครองทางตอนเหนือของสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน ซึ่ง 2 เขตนี้เป็นสองเขตสุดท้ายที่ยังคงพบการระบาดของเชื้อ เพราะในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไม่พบแล้ว จึงมีการเข้มงวดอย่างเป็นพิเศษ และเร่งรับยั้งให้มีความเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน การประกาศใช้เคอร์ฟิวครั้งนี้หากประชาชนคนใด ไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดทางกฎหมาย โดยจำเป็นต้องถูกจำคุกตามที่กฎหมายระบุไว้ อย่างไรก็ตามในประเทศเพื่อนบ้านอย่างไลบีเรีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการระบาดของโรคอีโบลา อย่างรุนแรง แต่ตอนนี้ได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ปลอดเชื้อไปแล้ว จึงทำให้รัฐบาลของนายเออร์เนสต์ บาย โคโรมา เกิดความอุ่นใจ  และหวังว่าสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน ก็สามารถที่จะควบคุมโรคนี้ได้เช่นกัน